P2 กับประสบการณ์ถูกขังในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินของผม
posted on 02 Mar 2008 01:02 by permbun in Generalวันนี้ผมไปดูหนังเรื่อง P2 หรือในชื่อไทยว่า 'ลานสยอง จ้องเชือด'
เรื่องย่อ
"สิ่งเดียวที่น่ากลัวกว่าการอยู่คนเดียวในที่มืด คือการพบว่ามีใครอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย..."
ในคืนก่อนวันคริสต์มาส พนักงานบริษัทสาว แองเจลล่า บริดจ์ (ราเชล นิโคลส์) อยู่ทำงานจนดึกก่อนออกไปฉลองกับครอบครัว เมื่อเธอกดลิฟท์ลงมาเอารถที่ชั้น P2 ปรากฏว่ารถสตาร์ทไม่ติด บรรยากาศในอาคารจอดรถใต้ดินก็เปลี่ยวร้าง ซ้ำร้ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเธอยังหลุดหาย ทำให้ไม่สามารถติดต่อใครได้
เมื่อโธมัส (เวส เบนต์ลี่ย์) พนักงานรักษาความปลอดภัยท่าทางเป็นมิตรยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แองเจลล่าจึงตอบรับอย่างลนลาน หลังจากพยายามสตาร์ทรถอีกหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล โธมัสก็ชวนเชิญเธอไปดินเนอร์ฉลองคริสต์มาสกันสองต่อสองในสำนักงานอาคารจอดรถ แองเจลล่าหัวเราะกับคำเชิญของเขา แต่นี่ไม่ใช่เรื่องตลก โธมัสแอบดูเธออย่างใกล้ชิดมาเป็นเดือนแล้ว คำเชิญของเขาปฏิเสธไม่ได้ หากแองเจลล่าอยากมีชีวิตอยู่ถึงเช้าวันคริสต์มาส เธอต้องหาทางออกจากโรงจอดรถชั้น P2 นี้โดยเร็วที่สุด ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อของยามโรคจิตท่าทางไร้พิษภัยคนนี้
ดูๆแล้วอารมณ์ของหนังคล้ายๆเรื่อง Vacancy (ห้องว่างให้เชือด) ที่เข้าฉายเมื่อครึ่งปีที่แล้วมากๆ นอกจากอารมณ์หนังแล้ว ยังมีหลายๆอย่างที่หยั่งกับลอกกันมาทั้งดุ้นเลยคือ
-
ชื่อเรื่อง ลงทายด้วย 'เชือด' เหมือนกัน Vacancy (ห้องว่างให้เชือด) P2 (ลานสยอง จ้องเชือด) อันนี้คงต้องไปด่าคนตั้งชื่อไทย
-
ตัวเอกติดอยู่ในสถานที่หนึ่งๆเหมือนกัน Vacancy ติดในโรงแรม P2 ติดในลานจอดรถ
-
เริ่มต้นมาทั้งสองเรื่อง รถตัวเอกเสียเหมือนกันทั้งคู่
-
แล้วตัวร้ายมันก็ทำทีมาซ่อมรถให้เหมือนกันทั้งคู่ และที่เหมือนกันคือ มันซ่อมไม่ได้แต่กลับวางยาในรถแทน
-
ตัวเอกชายพึ่งพาไม่ได้ ใน Vacancy โดนคนร้ายน็อคก่อนเลย P2 โผล่มาถึงก็ตายเลย ฮ่วย...
-
คนร้ายเป็นโรคจิตชอบถ่ายวีดีโอเหยื่อเก็บไว้ดูเหมือนกันทั้ง 2 เรื่อง
-
ตัวเอกหญิงจะต้องโทรศัพท์ไปตามตำรวจแล้วคนที่รับสายคนแรกก็จะเป็นคนร้ายเสมอ
-
ตอนกลางๆเรื่อง มีตำรวจโผล่มาตรวจสอบสถานที่เหมือนกัน และแน่นอนมันไม่ได้ช่วยตัวเอกให้ดีขึ้นเลย ใน Vacancy ตำรวจตรวจพบพิรุธคนร้ายแต่สุดท้ายก็โดนคนร้ายฆ่าตาบ ใน P2 พี่แกไม่เจออะไรเลย กลับออกไปเฉย
-
นางเอกพอได้ขับรถหนีคนร้ายแล้ว มีอันต้องขับชนอะไรจนพัง ใน Vacancy ขับชนโรงแรม P2 ชนเสา นิ่งสนิท
-
ฉากสุดท้าย นางเอกจะฮึดสู้กับคนร้ายเสมอ
-
สุดท้าย นางเอกจะเป็นฆาตกรฆ่าคนร้ายแทน โดนใช้อาวุธของคนร้ายเองด้วย ใน Vacancy ใช้ปืนของคนร้าย ใน P2 ใช้ที่ช็อตไฟฟ้า
ต้องแรกเห็นบอกว่าเป็นผู้กำกับเรื่อง SAW เลยหวังไว้เยอะ แอบผิดหวังเล็กๆ แต่ก็ดีกว่า Vacancy ขานั้นเหมือนหนังเกรด B มาก
ในตอนดูหนังมีฉากๆหนึ่งที่ผมดูแล้ว ย้อนกลับไปนึกถึงประสบการณ์ของตัวเองเมื่อ 4 เดือนที่แล้วที่ถูกขังเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ที่ลานจอดรถ แต่เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน! ...แต่อย่าเข้าใจผิดนะครับ ไม่ใช่ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมหานครบ้านเรา แต่เป็น Metro สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ปารีสนู้น...
ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว (2550) ผมไปที่ลียอง (Lyon) เพื่อไปร่วมงาน Game Connection หรือ GC ที่นั่น ขากลับผมเลยย้อนกลับมาที่ปารีสเพื่อเที่ยวต่อราว 3-4 วันก่อนกลับกรุงเทพฯ
จริงๆแล้วในครั้งนั้นถือเป็นการไปปารีสครั้งที่สองของผม (ครั้งแรกไปเมื่อตอนเดือน มีนาคมปีเดียวกัน) ที่นั่นไม่จำเป็นต้องใช้รถเมล์ให้ยุ่งยาก เพราะระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่นั่นเยี่ยมมาก คุณสามารถไปทุกๆที่ในปารีสได้โดยใช้รถไฟฟ้า สถานีที่นั่นเขาเรียกว่า Metro
มีอยู่วันหนึ่งผมไปดูโชว์ที่ Lido บนถนนชองกาลิเซ่ หลักจากโชว์จบผมก็รีบวิ่งแจ้นไปที่ Metro หวังว่าจะขึ้นรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายให้ทัน เพราะเวลาก็ร่ำๆจะตีหนึ่งแล้ว ถ้าพลาดก็ไม่รู้จะกลับโรงแรมยังไง เพราะในปารีสเอะอะอะไรผมก็ขึ้นรถไฟฟ้าอย่างเดียว ไม่เคยใช้อย่างอื่นเลย
ผมวิ่งจนไปถึงสถานีและแอบโล่งใจเล็กๆเมื่อพบว่ายังมีคนเล็กน้อยอยู่ในสถานีและยังมีรถวิ่งอยู่
... ผมเหลือบไปดูป้ายรถขบวนถัดไป ป๊ะ.. ยังไม่ใช่สายที่เราต้องการ เลยนั่งรออยู่ซักพัก ป้ายแสดงรถขบวนถัดไปก็ดับลง ผมนั่งรออยู่ซักพักด้วยความหวังว่าเมื่อรถสายที่ผมต้องการขึ้นมา ป้ายจะโชว์เลขสายขึ้นอีกครั้ง
... แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีอะไรขึ้นป้ายแสดงเลย ผมรอด้วยความหวังอีกประมาณสิบกว่านาที ถึงได้พึ่งรู้ตัวว่าในสถานีมีผมอยู่เพียงคนเดียว นั่นคงจะเป็นรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายแล้วละ ผมบอกกับตัวเองอย่างหมดหวังก่อนจะเดินขึ้นไปที่ทางออกของสถานี แต่พบว่าประตูสถานีที่ผมเพิ่งเข้ามาเมื่อซักครู่มีกรงตาข่ายปิดกั้นไว้
เค้าคงปิดทางออกด้านนี้กระมั้ง ผมบอกกับตัวเองง่ายๆ ก่อนเดินไปที่ทางออกอีกทางหนึ่ง อ้าว.. เฮ้ย นี่ก็ปิดเหมือนกันนี้ อิบหายแล้วตู ผมเริ่มรน เลยวิ่งไปอีกที่ทางออกหนึ่ง ไม่มี ไม่เปิด ทุกทางออกปิดหมด ผมชักเริ่มใจเสีย เดินไปที่ห้องขายตั๋วแล้วลองเรียกนายสถานี ... เงียบ อะไรวะเมื่อสิบนาทีที่แล้วมันยังเปิดอยู่เลยนี่หว่า ผมลงไปที่ชานชลาแล้วเริ่มตะโกนเรียกคนแต่ทุกอย่างเงียบ มีผมเหลือคนเดียวจริงๆด้วย ผมถูกขัง! ในต่างประเทศที่ผมไม่รู้จักใครเลย!
ความรู้สึกในตอนนั้นค่อนข้างจะกังวล เพราะดันมาติดในที่ที่ไม่ใช่ประเทศเราเอง เบอร์ตำรวจเบอร์อะไรก็ไม่รู้ จะโทรขอความช่วยเหลือยังไง จะโทรหาญาติให้มาช่วยก็ไม่ได้
ผมพยายามตั้งสติ... แล้วคิดหาทางออกให้กับตัวเอก ผมมีทางเลือกไม่กี่ทาง อย่างแรกนั่งอยู่เฉยๆรอเวลาผ่านไป ช่วงเช้าเดี๋ยวเขาก็มาเปิดเองแหละ กับอย่างที่สองหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ และ.. ผมก็เลือกข้อ 2
ผมเดินไปทุบสัญญาณกริ่ง กริ่งร้องระงมชานชลาแล้วก็นั่งรออย่างมีความหวังว่าจะมีใครได้ยิน ...แต่เปล่า ผมรอร่วม 20 นาทีก็ไม่มีอะไรเลย ดูเหมือนมันจะมีประโยชน์เฉพาะเมื่อมีนายสถานีประจำเท่านั้น
ใจตอนนั้นคิดว่าจะโดดลงไปที่รางรถไฟฟ้าแล้วใช้วิธีเดินไต่ไปยังสถานีต่อไป แต่คิดอีกทีดูจะเป็นการกระทำที่เสี่ยงและไร้ประโยชน์ เพราะที่สถานีอื่นก็คงปิดทางเข้าไว้เหมือนกัน
ผมเดินขึ้นไปที่ประตูลูกกรงอีกครั้ง นับว่าเป็นโชคอย่างหนึ่งที่สถานีนั้น เป็นสถานีประตูชัย ใกล้ถนนซองกาลิเซ่ แม้จะเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว ก็ยังมีคนอยู่ ตรงหน้าประตูผมเห็นเด็กสองคนเดินลงมาที่สถานี หรือเขามาช่วยผม? ...เปล่าเลยสองคนนั่นมาอาศัยยืนฉี่ที่ประตูเสียฉิบ เอาเหอะวะ.. ต้องให้มันช่วยแล้ว
ผมทักเด็กหนุ่มสองคนนั้น หมอเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสีหน้างงๆประมาณว่า ไหงเอ็งเข้าไปอยู่ข้างในนั้นได้วะ พอผมบอกมันว่า ผมติดอยู่ข้างในและหาทางออกไม่ได้ หมอนั่นก็ระเบิดเสียงหัวเราะราวกับมานั่งดูละครตลกก็ไม่ปาน
ผมยืนทำหน้าเจื่อนๆให้มันหัวเราะหนำใจก่อนขอร้องเขาอีกครั้งหนึ่ง เด็กหนุ่มสองคนเลยไปตามคนแถวๆนั้นให้ เขาให้ผมโทรศัพท์ไปหาตำรวจและช่วยพูดกับตำรวจให้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเรียกตำรวจ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเรียกตำรวจเลยแม้แต่ในไทย แต่นี่เป็นในต่างประเทศ ก็แปลกดีเหมือนกัน (รู้สึกโชคดีไม่น้อย ที่คนปารีสส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ ถ้าเป็นเกาหลีหรือญี่ปุ่น ผมคงติดแหง็กยาวแน่) ผมนั่งอีกราว 20 นาทีในที่สุด ตำรวจก็มาช่วยผมจนได้ ผมกล่าวขอบคุณตำรวจที่ช่วยมาเปิดประตูเสียยกใหญ่
ก่อนไป ตำรวจชี้ให้ผมดูปุ่มที่อยู่ใกล้ๆกับประตูแล้วบอกว่า "Don't you know you can press this to open the door?" คุณไม่รู้หรือว่ามันมีปุ่มกดเปิดประตูอยู่ตรงนี้ งะ... ใครมันจะไปรู้ละครับว่ามันมีปุ่มฉุกเฉินสำหรับเปิดประตูตรงนี้ละ จริงๆมันมีป้ายเขียนอยู่แต่พี่แกเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสก็เลยอ่านไม่ออก
ฮ่วย... ปล่อยให้ติดอยู่เป็นชั่วโมง มาเฉลยฉากจบง่ายๆแบบนี้
เขาเรียก Spoil นะครับ คุณตำรวจ.
edit @ 2 Mar 2008 02:17:14 by permbun
edit @ 2 Mar 2008 03:09:09 by permbun
edit @ 18 Mar 2008 20:40:28 by permbun
#1 By นายตุ้ย on 2008-03-02 02:16