วันนี้ผมไปดูหนังเรื่อง P2 หรือในชื่อไทยว่า 'ลานสยอง จ้องเชือด' 

 

 

เรื่องย่อ

          "สิ่งเดียวที่น่ากลัวกว่าการอยู่คนเดียวในที่มืด คือการพบว่ามีใครอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย..."

          ในคืนก่อนวันคริสต์มาส พนักงานบริษัทสาว แองเจลล่า บริดจ์ (ราเชล นิโคลส์) อยู่ทำงานจนดึกก่อนออกไปฉลองกับครอบครัว เมื่อเธอกดลิฟท์ลงมาเอารถที่ชั้น P2 ปรากฏว่ารถสตาร์ทไม่ติด บรรยากาศในอาคารจอดรถใต้ดินก็เปลี่ยวร้าง ซ้ำร้ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเธอยังหลุดหาย ทำให้ไม่สามารถติดต่อใครได้

          เมื่อโธมัส (เวส เบนต์ลี่ย์) พนักงานรักษาความปลอดภัยท่าทางเป็นมิตรยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แองเจลล่าจึงตอบรับอย่างลนลาน หลังจากพยายามสตาร์ทรถอีกหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล โธมัสก็ชวนเชิญเธอไปดินเนอร์ฉลองคริสต์มาสกันสองต่อสองในสำนักงานอาคารจอดรถ แองเจลล่าหัวเราะกับคำเชิญของเขา แต่นี่ไม่ใช่เรื่องตลก โธมัสแอบดูเธออย่างใกล้ชิดมาเป็นเดือนแล้ว คำเชิญของเขาปฏิเสธไม่ได้ หากแองเจลล่าอยากมีชีวิตอยู่ถึงเช้าวันคริสต์มาส เธอต้องหาทางออกจากโรงจอดรถชั้น P2 นี้โดยเร็วที่สุด ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อของยามโรคจิตท่าทางไร้พิษภัยคนนี้

ดูๆแล้วอารมณ์ของหนังคล้ายๆเรื่อง Vacancy (ห้องว่างให้เชือด) ที่เข้าฉายเมื่อครึ่งปีที่แล้วมากๆ นอกจากอารมณ์หนังแล้ว ยังมีหลายๆอย่างที่หยั่งกับลอกกันมาทั้งดุ้นเลยคือ

  1. ชื่อเรื่อง ลงทายด้วย 'เชือด' เหมือนกัน Vacancy (ห้องว่างให้เชือด) P2 (ลานสยอง จ้องเชือด) อันนี้คงต้องไปด่าคนตั้งชื่อไทย
  2. ตัวเอกติดอยู่ในสถานที่หนึ่งๆเหมือนกัน Vacancy ติดในโรงแรม P2 ติดในลานจอดรถ
  3. เริ่มต้นมาทั้งสองเรื่อง รถตัวเอกเสียเหมือนกันทั้งคู่
  4. แล้วตัวร้ายมันก็ทำทีมาซ่อมรถให้เหมือนกันทั้งคู่ และที่เหมือนกันคือ มันซ่อมไม่ได้แต่กลับวางยาในรถแทน
  5. ตัวเอกชายพึ่งพาไม่ได้ ใน Vacancy โดนคนร้ายน็อคก่อนเลย P2 โผล่มาถึงก็ตายเลย ฮ่วย...
  6. คนร้ายเป็นโรคจิตชอบถ่ายวีดีโอเหยื่อเก็บไว้ดูเหมือนกันทั้ง 2 เรื่อง
  7. ตัวเอกหญิงจะต้องโทรศัพท์ไปตามตำรวจแล้วคนที่รับสายคนแรกก็จะเป็นคนร้ายเสมอ
  8. ตอนกลางๆเรื่อง มีตำรวจโผล่มาตรวจสอบสถานที่เหมือนกัน และแน่นอนมันไม่ได้ช่วยตัวเอกให้ดีขึ้นเลย ใน Vacancy ตำรวจตรวจพบพิรุธคนร้ายแต่สุดท้ายก็โดนคนร้ายฆ่าตาบ ใน P2 พี่แกไม่เจออะไรเลย กลับออกไปเฉย 
  9. นางเอกพอได้ขับรถหนีคนร้ายแล้ว มีอันต้องขับชนอะไรจนพัง ใน Vacancy ขับชนโรงแรม P2 ชนเสา นิ่งสนิท
  10. ฉากสุดท้าย นางเอกจะฮึดสู้กับคนร้ายเสมอ
  11. สุดท้าย นางเอกจะเป็นฆาตกรฆ่าคนร้ายแทน โดนใช้อาวุธของคนร้ายเองด้วย ใน Vacancy ใช้ปืนของคนร้าย ใน P2 ใช้ที่ช็อตไฟฟ้า 

ต้องแรกเห็นบอกว่าเป็นผู้กำกับเรื่อง SAW เลยหวังไว้เยอะ แอบผิดหวังเล็กๆ แต่ก็ดีกว่า Vacancy ขานั้นเหมือนหนังเกรด B มาก

ในตอนดูหนังมีฉากๆหนึ่งที่ผมดูแล้ว ย้อนกลับไปนึกถึงประสบการณ์ของตัวเองเมื่อ 4 เดือนที่แล้วที่ถูกขังเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ที่ลานจอดรถ แต่เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน! ...แต่อย่าเข้าใจผิดนะครับ ไม่ใช่ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมหานครบ้านเรา แต่เป็น Metro สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ปารีสนู้น...

 

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว (2550) ผมไปที่ลียอง (Lyon) เพื่อไปร่วมงาน Game Connection หรือ GC ที่นั่น ขากลับผมเลยย้อนกลับมาที่ปารีสเพื่อเที่ยวต่อราว 3-4 วันก่อนกลับกรุงเทพฯ

จริงๆแล้วในครั้งนั้นถือเป็นการไปปารีสครั้งที่สองของผม (ครั้งแรกไปเมื่อตอนเดือน มีนาคมปีเดียวกัน) ที่นั่นไม่จำเป็นต้องใช้รถเมล์ให้ยุ่งยาก เพราะระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่นั่นเยี่ยมมาก คุณสามารถไปทุกๆที่ในปารีสได้โดยใช้รถไฟฟ้า สถานีที่นั่นเขาเรียกว่า Metro

มีอยู่วันหนึ่งผมไปดูโชว์ที่ Lido บนถนนชองกาลิเซ่ หลักจากโชว์จบผมก็รีบวิ่งแจ้นไปที่ Metro หวังว่าจะขึ้นรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายให้ทัน เพราะเวลาก็ร่ำๆจะตีหนึ่งแล้ว ถ้าพลาดก็ไม่รู้จะกลับโรงแรมยังไง เพราะในปารีสเอะอะอะไรผมก็ขึ้นรถไฟฟ้าอย่างเดียว ไม่เคยใช้อย่างอื่นเลย

ผมวิ่งจนไปถึงสถานีและแอบโล่งใจเล็กๆเมื่อพบว่ายังมีคนเล็กน้อยอยู่ในสถานีและยังมีรถวิ่งอยู่

... ผมเหลือบไปดูป้ายรถขบวนถัดไป  ป๊ะ.. ยังไม่ใช่สายที่เราต้องการ เลยนั่งรออยู่ซักพัก ป้ายแสดงรถขบวนถัดไปก็ดับลง ผมนั่งรออยู่ซักพักด้วยความหวังว่าเมื่อรถสายที่ผมต้องการขึ้นมา ป้ายจะโชว์เลขสายขึ้นอีกครั้ง

... แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีอะไรขึ้นป้ายแสดงเลย ผมรอด้วยความหวังอีกประมาณสิบกว่านาที ถึงได้พึ่งรู้ตัวว่าในสถานีมีผมอยู่เพียงคนเดียว นั่นคงจะเป็นรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายแล้วละ ผมบอกกับตัวเองอย่างหมดหวังก่อนจะเดินขึ้นไปที่ทางออกของสถานี แต่พบว่าประตูสถานีที่ผมเพิ่งเข้ามาเมื่อซักครู่มีกรงตาข่ายปิดกั้นไว้

เค้าคงปิดทางออกด้านนี้กระมั้ง ผมบอกกับตัวเองง่ายๆ ก่อนเดินไปที่ทางออกอีกทางหนึ่ง อ้าว.. เฮ้ย นี่ก็ปิดเหมือนกันนี้ อิบหายแล้วตู ผมเริ่มรน เลยวิ่งไปอีกที่ทางออกหนึ่ง ไม่มี ไม่เปิด ทุกทางออกปิดหมด ผมชักเริ่มใจเสีย เดินไปที่ห้องขายตั๋วแล้วลองเรียกนายสถานี ... เงียบ อะไรวะเมื่อสิบนาทีที่แล้วมันยังเปิดอยู่เลยนี่หว่า ผมลงไปที่ชานชลาแล้วเริ่มตะโกนเรียกคนแต่ทุกอย่างเงียบ มีผมเหลือคนเดียวจริงๆด้วย ผมถูกขัง! ในต่างประเทศที่ผมไม่รู้จักใครเลย!

ความรู้สึกในตอนนั้นค่อนข้างจะกังวล เพราะดันมาติดในที่ที่ไม่ใช่ประเทศเราเอง เบอร์ตำรวจเบอร์อะไรก็ไม่รู้ จะโทรขอความช่วยเหลือยังไง จะโทรหาญาติให้มาช่วยก็ไม่ได้

ผมพยายามตั้งสติ... แล้วคิดหาทางออกให้กับตัวเอก ผมมีทางเลือกไม่กี่ทาง อย่างแรกนั่งอยู่เฉยๆรอเวลาผ่านไป ช่วงเช้าเดี๋ยวเขาก็มาเปิดเองแหละ กับอย่างที่สองหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ และ.. ผมก็เลือกข้อ 2

ผมเดินไปทุบสัญญาณกริ่ง กริ่งร้องระงมชานชลาแล้วก็นั่งรออย่างมีความหวังว่าจะมีใครได้ยิน ...แต่เปล่า ผมรอร่วม 20 นาทีก็ไม่มีอะไรเลย ดูเหมือนมันจะมีประโยชน์เฉพาะเมื่อมีนายสถานีประจำเท่านั้น

ใจตอนนั้นคิดว่าจะโดดลงไปที่รางรถไฟฟ้าแล้วใช้วิธีเดินไต่ไปยังสถานีต่อไป แต่คิดอีกทีดูจะเป็นการกระทำที่เสี่ยงและไร้ประโยชน์ เพราะที่สถานีอื่นก็คงปิดทางเข้าไว้เหมือนกัน

ผมเดินขึ้นไปที่ประตูลูกกรงอีกครั้ง นับว่าเป็นโชคอย่างหนึ่งที่สถานีนั้น เป็นสถานีประตูชัย ใกล้ถนนซองกาลิเซ่ แม้จะเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว ก็ยังมีคนอยู่ ตรงหน้าประตูผมเห็นเด็กสองคนเดินลงมาที่สถานี หรือเขามาช่วยผม? ...เปล่าเลยสองคนนั่นมาอาศัยยืนฉี่ที่ประตูเสียฉิบ เอาเหอะวะ.. ต้องให้มันช่วยแล้ว

ผมทักเด็กหนุ่มสองคนนั้น หมอเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสีหน้างงๆประมาณว่า ไหงเอ็งเข้าไปอยู่ข้างในนั้นได้วะ พอผมบอกมันว่า ผมติดอยู่ข้างในและหาทางออกไม่ได้ หมอนั่นก็ระเบิดเสียงหัวเราะราวกับมานั่งดูละครตลกก็ไม่ปาน

ผมยืนทำหน้าเจื่อนๆให้มันหัวเราะหนำใจก่อนขอร้องเขาอีกครั้งหนึ่ง เด็กหนุ่มสองคนเลยไปตามคนแถวๆนั้นให้ เขาให้ผมโทรศัพท์ไปหาตำรวจและช่วยพูดกับตำรวจให้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเรียกตำรวจ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเรียกตำรวจเลยแม้แต่ในไทย แต่นี่เป็นในต่างประเทศ ก็แปลกดีเหมือนกัน (รู้สึกโชคดีไม่น้อย ที่คนปารีสส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ ถ้าเป็นเกาหลีหรือญี่ปุ่น ผมคงติดแหง็กยาวแน่) ผมนั่งอีกราว 20 นาทีในที่สุด ตำรวจก็มาช่วยผมจนได้ ผมกล่าวขอบคุณตำรวจที่ช่วยมาเปิดประตูเสียยกใหญ่

ก่อนไป ตำรวจชี้ให้ผมดูปุ่มที่อยู่ใกล้ๆกับประตูแล้วบอกว่า "Don't you know you can press this to open the door?" คุณไม่รู้หรือว่ามันมีปุ่มกดเปิดประตูอยู่ตรงนี้ งะ... ใครมันจะไปรู้ละครับว่ามันมีปุ่มฉุกเฉินสำหรับเปิดประตูตรงนี้ละ จริงๆมันมีป้ายเขียนอยู่แต่พี่แกเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสก็เลยอ่านไม่ออก

ฮ่วย... ปล่อยให้ติดอยู่เป็นชั่วโมง มาเฉลยฉากจบง่ายๆแบบนี้

เขาเรียก Spoil นะครับ คุณตำรวจ.

edit @ 2 Mar 2008 02:17:14 by permbun

edit @ 2 Mar 2008 03:09:09 by permbun

edit @ 18 Mar 2008 20:40:28 by permbun

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แล้วปุ่มนั่นมันหน้าตายังไงเหรอครับ embarrassed

#1 By นายตุ้ย on 2008-03-02 02:16

ฟังดูน่ากลัวนะคะ...
ถ้าเป็นเราติดอยู่ในนั้น...คงอาศัยนอนที่นั่นเลยละมั้ง... - -"

คงไม่กล้าเรียกคนที่ยืนฉี่มาช่วยหรอกsad smile

#2 By อริญญา on 2008-03-02 02:16

เอ่อ เป็นเราคงเลือกทำข้อหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
(เรียกว่าไม่กระตือรือร้น หรือดิ้นรนเอาชีวิตรอดเกินเหตุรึเปล่าน้า?)

ชอบตอนจบเรื่องนี้จังค่ะ คุณตำรวจไม่ได้สปอยล์หรอกค่ะ
แบบนี้เรียกว่า จบแบบหักมุมมากกว่า 55555+
คิดภาพว่าเป็นหนังแบบ reality มีกล้องแอบถ่ายให้ตัวเอกวิ่งหาทางออกให้วุ่นโดยลำพัง
แล้วมาจบแบบ เหมือนจะตอกย้ำชะตากรรมแบบขำขัน แบบนี้.....ก็น่าสนุกดีนะนี่! 555+

แต่เข้าใจเลยค่ะ ภาษาฝรั่งเศส ใครจะอ่านออกละเนอะ แฮ่ๆ

นับถือเรื่องนึงที่กล้ากดสัญญาณฉุกเฉินในต่างแดนนี่ล่ะค่า
เราคงแอบเครียด กลัวตำรวจมาจับข้อหาทำลายความสงบอะไร 555+

ว่าแต่ ประเด็นเริ่มต้นเกี่ยวกับหนัง P2 อืม...
(ด้วยความที่หนังไร้ความน่าสนใจหลังจากอ่านบทวิจารณ์ เลยเห็นว่าเรื่องเล่าประสบการณ์ของเจ้าของบล็อคสนุกกว่าเยอะ 555+)

โดยรวมก็ชื่อ SAW ไม่ได้ช่วยให้หนังดีขึ้นเลยสินะคะ ^^''

#4 By เอส ♥ YS ! on 2008-03-02 15:34