หลังจากไม่ได้อัพบล็อคเสียนาน กลัวว่าบล็อคจะร้างเลยออกมาสะบัดข้อมือเขียนบล็อคกันหน่อย เรื่องแรกเลยคือ ทริปเที่ยวสิมิลันเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทริปนี้เป็นทริปที่มีการว่างแผนล่วงหน้ามาตั้งแต่ปีที่แล้วนู้น หลังจากที่พวกเราสามหนุ่มสามมุม (ผม+ปุ๋ง+เอก) ได้รับ certifield เป็น Advance Open Water Diver จากกระสบการณืเพียง 9 ไดพ์ที่ผ่านมา นี้จะเป็นครั้งแรกที่เราไป"ดำ"จริง โดยไม่ต้องสนใจเรื่องการฝึกทักษะเหมือนตอนสอบ ซึ่งในทริปสิมิลันนี้เราจะได้ดำจุใจถึง 15 ไดพ์ใน 4 วันเลยละ

เริ่มจากการไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่อง Air Asia ในราคา 600 บาทเพื่อไปภูเก็ต (จองไว้นานแล้ว เลยได้ราคาถูก) จากนั้นก็ต่อไปที่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือ แต่รู้สึกว่าชะตากรรมเรากับสมาคม TGA นี้มันแยกกันไม่ออก เราต้องมานำเขียน mail ให้กับสมาชิกในสมาคมเรื่องงาน BIG Festival (งานแสดงเกมที่สยามพารากอน) ร่วมทำต้องเขียนงานหลายๆอย่างก่อนขึ้นเรือ เพราะถ้าขึ้นปแล้วแม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ใช้ไม่ได้ เรื่องใช้เน็ตนี่ เลิกคิดไปได้เลย งานนี้เล่นเอาเพื่อนๆทั้งสองส่ายหน้าไปตามๆกัน ขอโทษด้วยน้า งานมันเยอะจริงๆอ่ะ

เมื่อขึ้นเรือปุ๊ป ก็มีการปลีฟเกี่ยวกับการใช้ชีวิตบนเรือที่เรียกว่า "Live Aboard" ตอนแรกขึ้นมานึกว่าจะอดอยากปากแห้ง เลยซื้อของที่ 7-11 มาตุนเพียบ ที่ไหนได้ของกินเยอะกว่าบนบกซะอีก ต้องตบมือให้ทีมงาน freedom drive และเรือ "ฟ้าใส" มากครับ เรียกว่าทริปนี้อิมตลอดทาง

ข้างล่างนี้เป็นบันทึกการดำน้ำหรือที่เรียกว่า Log Book ผมไม่ได้เขียนเองหรอก ขี้เกียจน่ะ เลยไปลอกมาจากเจ้าเอก เพราะว่าประสบการณ์ก็คล้ายๆกัน ไม่ว่ากันนะเอก

Log book

Dive #10  หินม้วนเดียว ANITA'S REEF ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 8:12
Max Deep : 23.7  Avg: 15.5
Temp :  29 Degree Cel
Dive Time : 47 minute

        หลังจากหยุดดำน้ำไปนาน หรือว่า ทะเลสิมิลัน เค็มกว่าอ่าวไทย ก็ไม่รู้ จมไม่ลงคับพี่น้อง ทั้งปล่อยอากาศ ทั้งตะเกียกตะกาย ก็ไม่จม จน leader ต้องมาลากลงน้ำ dive นี้เลยเหมือนเป็นเช็ค dive หลังจากไม่ได้ดำมานาน  แต่อารมณ์ตอนอยู่ใต้น้ำยังไงก็ไม่เคยลืม เพราะเป็นที่เดียวที่คุณจะบินได้....  งูทะเล ปลาหมึก ปลาไหลสวน (Garden eels)

 IMG_2139 IMG_2286 IMG_2148

Dive # 11 ANITA'S REEF (เรือทูน่า) ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 11:03
Max Deep :  35 Avg: 17.9
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 42 minute

IMG_7489         เรือทูน่าเป็นเรือหาปลาจมนานพอควร เรื่มมีประการรังอ่อนขึ้นตามลำเรือ เรือเข้าไปดูง่าย เพราะยังไม่ผุพัง มีสภาพสมบูรณ์ครบถ้วน ตัวเรือเอียงตะแคงซ้าย ที่ผิวทรายลึก 40 เมตร เราลงไปได้แค่กลางลำเรือ ปลาวัว กุ้งมังกร ปลาหิน เห็นอยู่ทั่วไป

 IMG_7487 

Dive # 12 Three tree (ไม้สามต้น เกาะ 5) ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 14:27
Max Deep :  23.7 Avg: 17.3
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 44 minute

ตรงจุดนี้พึ่งดำเจอกระแสน้ำเย็น อุณหภูมิน้ำที่ต่างกันเหมือนเอาน้ำเย็นมาราดตัว ราดน้ำในน้ำ รู้สึกแปลกๆ แฮะ  เต่าผิวน้ำ  ปลิงทะเล  ทูน่า  baracuda  ปลาม้าลาย มีเยอะ

IMG_9597  IMG_7863 IMG_8211

Dive # 13 อ่าวเผือก (หินเรือใบ เกาะ 8) ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 19:17
Max Deep :  11.2 Avg: 9.4
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 37 minute

        ประการังเขากวางตายเป็นเบือเลย

IMG_9432

Dive # 14 Richelieu Rock ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 7:54
Max Deep :  27.7 Avg: 16.4
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 40 minute

          ยิ่งกว่า dive site ใดๆ ที่ผ่านมา ธรรมชาติที่ไม่สามารถหาได้บนบก หุบเขาแห่งปะการังอ่อน ฝูงปลา ริเชริว แปลว่าความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสมชื่อแล้วล่ะ พอลงปั๊บพี่ถนอมก็พาดิ่งไปดูม้าน้ำที่ความลึก 30 เมตร ม้าน้ำตัวสีส้มแป๊ดสองตัว เกาะกิ่งประการัง รอโชว์ตัว ซึ่งไม่รู้ว่าเต็มใจหรือเปล่า เพราะวันนี้เรือสิบกว่าลำ นักดำน้ำกว่าร้อยวนเวียนกันมาดูจนแทบไม่มีเวลาหากิน  กุ้งตัวตลก เป็นพระเอกอีกตัวของ dive นี้ แต่เราก็พลาด คงมีคนพาไปหลบพักร้อนที่อื่น หน้าผาสูงชันเป็นช่องแคบที่เต็มไปด้วยประการังอ่อน เจอ ribbon eels ตัวดำโผล่มาแต่หัว อ้าปากค้าง คงอื้งที่มีคนมามุงดู

IMG_9696

Dive # 15 Richelieu Rock $2 ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 11:12
Max Deep :  27.1 Avg: 17.9
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 39 minute

         ลงไปอีกซัก 10 dive ก็คงไม่ทั่วกองหินนี้  สารพัดปะการังอ่อนหลากสี เหมือนอยู่ในเทพนิยาย ลงไปแทบไม่อยากขึ้นจากน้ำเลย  ปลาจิ้มฟันจรเข้(ghost fish) ยังลอยคอรออยู่ตรงช่องหิน ปลาไหลมอเรย์(Ribbon eels)ก็ยังโผล่หัวอ้าปากอยู่ที่เดิม ปลาผีเสื้อ(buttlefly fish) ฝูงใหญ่โฉบผ่านหน้าไป ปลาสิงโต ว่ายช้าๆ อยู่ในกลุ่ม ดอกไม้ทะเลที่ขึ้นอยู่บนโขดหิน กับนีโมพ่อลูก  มั่นใจได้เลยว่าจะต้องกลับมาอีกแน่ๆ ริเชริว

IMG_7656 IMG_7710 IMG_9588

Dive # 16 Tachai Pinnacle ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 15:13
Max Deep :  27.7 Avg: 17.9
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 41 minute

          ขึ้นชื่อเรื่องกระแสน้ำที่แรง ถึงแรงมาก และเป็นที่ที่อาจเจอ manta ด้วย โขดหินขนาดใหญ่ ถ้าอยู่บนบกคงจะได้แค่แหงนคอตั้งบ่า แล้วมองความใหญ่โต แต่ใต้น้ำเป็นอะไรที่แตกต่างสุดๆ คุณสามารถจะโฉบไปที่มุมใดของหินก้อนนั้นก็ได้ แม้ว่ามันจะใหญ่ท่วมหัวแค่ใหน นอกจากนั้นในทุกๆมุม จะเห็นดาราจำเป็นทำงานอวดโฉมกันอย่างหนาแน่น ฉลามเสือดาว(Leopard shark) บนพื้นทราย ปลาหูช้างครีบยาว มาเป็นฝูง ปลาโนรีครีบยาว ปลาขี้ตังเป็ดฟ้า อีกฝูงใหญ่ ใครจะรู้ว่า อีกมุมของก้อนหินจะเจอตัวอะไร

IMG_2411

Dive # 17 Tachai Pinnacle (ด้านใต้เกาะ sunset dive) ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 17:58
Max Deep :  18 Avg: 9.4
Temp : 30 Degree Cel
Dive Time : 50 minute

    Dive นี้ชิวๆ ที่สุดแล้ว เพราะผ่อนคลาย และไม่ต้องเพ่งสายตาควานหา สัตว์แปลกๆ ก่อนดำไป skin dive เจอฉลามเสือดาว(Leopard shark) นอนรอให้ถ่ายรูปอยู่แล้ว ลงไปช่วงเย็นๆ แสงแดดคล้อยหลัง แต่ก็ยังสว่างพอให้เห็นกองหินไกลๆ  ปลาผีเสื้อเทวรูป  ปลาจิ้มฟันจรเข้ ยังหาเจอได้แม้จะเป็นจุดน้ำตื้น ก่อนขึ้นผิวน้ำได้บีกีนี่สีชมพูครบชุด ก่อนลงดำได้ไปกระโดดน้ำจากดาดฟ้าเรือเป็นครั้งแรก ใจแป้วๆนะตอนวิ่ง แต่พอลอยไปแล้วคิดไม่ทันก็ถึงพื้นน้ำแล้ว มันส์ดี

DSC00054

Dive # 18 Tachai Pinnacle ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 7:37
Max Deep :  27 Avg: 18.2
Temp : 28 Degree Cel
Dive Time : 37 minute

       หมดมุขแล้วดำจนไม่รู้จะเขียนอะไร หรือว่าเริ่มซ้ำแล้วก็ไม่รู้ baracuda ฝูงน้อยแต่ตัวใหญ่ ยังทำงานอยู่ดี

Dive #19 เกาะบอน,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 10:41
Max Deep :  24 Avg: 15.2
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 47 minute

   dive site นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดที่จะเจอ manta มากที่สุด ถ้าใครดำน้ำจะรู้ว่า mascot ของการดำน้ำก็คือ manta กับ ปลาฉลามวาฬ  ประการังที่นี่ส่วนใหญ่เป็นประการังเขากวาง แข็งและมีซากประการังตายเยอะพอควร ปลาสิงโตยังเจออยู่สองสามตัว เจอปลาทราย อยู่กับกุ้ง ปลาเฝ้าปากรู กุ้งขุดรู พอศัตรูมาถึงก็มุดเข้ารูพร้อมกัน เป็นการพึ่งพาอาศัย เราว่ายจากฝั่งเหนืออ้อมมาทางหัวเกาะ ระหว่างทางก็กวาดตาหาพระเอกไปเรื่อยๆ ปลาเล็กน้อยอยู่เต็มแนวประการัง ดำรอจนเวลาหมดต้องขึ้นมาทำ safty stop อยู่หัวเกาะ สักพัก พระเอกของเราก็โผล่มา กระพือครีบช้าๆ อย่างสง่างาม  แต่เวลาใต้น้ำดันหมดซะแล้ว เลยต้องปล่อยให้ลับสายตาไป ...

IMG_2546 DSC00091

Dive # 20 เกาะบอน $2,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 14:09
Max Deep :  22.5 Avg: 16.1
Temp : 30 Degree Cel
Dive Time : 47 minute

   ตามล่าหา manta จาก dive ที่แล้ว ก็ตรงดิ่งไปจุดเดิมที่เจอ แล้วก็เกาะโขดหินรอเลยคราวนี้ รออยู่เกือบ 10 นาที manta โผล่มาให้เห็น 10 วินาที แล้วก็โฉบหนีไป นี่แหละน้าที่เขาว่าความสุขมันช่างสั้นนัก จากนั้นก็ตัดใจดูปูปลาไปตามเรื่อง เจอปลาไหลมอเรย์ตัวโตๆ แล้ว หลังจากฟังคนอื่นบอกว่าเจอในหลายๆ dive ก่อนหน้านี้คราวนี้เห็นกะตาซักที

IMG_7786

Dive # 21 Sunset (เกาะ 9),Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 17:56
Max Deep :  24 Avg: 15.2
Temp : 29 Degree Cel
Dive Time : 47 minute

       กลับมาที่สิมิลันเกาะ 9 พักเรือลง skin dive กันอีกแล้ว มีปลายูนิคอนเยอะ แต่เราไม่เห็นคนเดียว กำเจง ทำไมคนอื่นเห็นปลาแปลกๆเยอะเลย ไม่ได้ดำ night dive อีกแล้วเนื่องจาก ไฟฉายพังไปเกือบหมดทีม เลยมา sunset dive กันอีกรอบ เจอมอเรย์อีกแล้ว บทมันจะเจอ มันก็เจอง๊าย ง่าย

IMG_7783

Dive # 22 Elephant Head Rock หินหัวกระโหลก(เกาะ 8),Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 07:03
Max Deep : 26.2  Avg: 16.1
Temp :  30 Degree Cel
Dive Time : 45 minute

       ที่นี่มีมุมพิเศษ เป็นช่องหินที่เป็นรูปหน้าต่าง ทุกคนที่ดำลงไปต้องเอาหน้าโผล่หน้าต่างให้คนอื่นถ่าย เรียกว่าเป็นจุดชมวิวใต้น้ำ หรือจุดถ่ายรูปก็ไม่ผิด

Dive # 23 East of Eden (เกาะ 7),Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 09:57
Max Deep :  24 Avg:  15.2
Temp : 30 Degree Cel
Dive Time : 53 minute

          IMG_9792

Dive # 24 Sharkfin Reef กำแพงเมืองจีน ,Similan, เรือฟ้าใส

Start Dive : 13.21
Max Deep :  18 Avg: 12.1
Temp : 30 Degree Cel
Dive Time : 51  minute

     ดาวเด่น dive นี้คือปลานกแก้วหัวโหนก ตัวใหญ่มาก  เจอปลาใหลมอเรย์ ตัวใหญ่ไม่แพ้กัน ตั้งสองตัวแน่ะ

IMG_8262

 

ส่วนตัวแล้ว ชอบไดฟ์ 15 ที่ริเชริวมาก เป็นไดฟ์ที่สวยที่สุดก็ว่าได้ ข้างล่างสวยสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลพ์หลักของทริปก็ว่าได้ กับไดฟ์สุดท้าย กำแพงเมืองจีน แม้คนอื่นๆจะว่าก็งั้นๆ ประการังก็ไม่เยอะ แต่ที่ผมชอบ เพราะโขดหินขนาดใหญ่ที่เต็มไปหมด สมกับคำว่า 'กำแพงเมืองจีน' จริงๆ และประสบการณ์ที่เหมือนกับคุณเป็นยอดมนุษย์ที่จะ 'บิน' ได้อย่างอิสระในน้ำ สามารถกระโดดข้ามยอดหินสูงๆ หรือม้วนตัวลอดใต้ช่องว่างตรงกลางหิน มันเป็นประสบการณ์มหัศจรรย์ที่ลืมไม่ลงจริงๆ

ปล. หลังจากกลับจากทริป ทาง freedomdive ก็ได้ส่ง DVD ของทริปมาให้เป็นที่ระลึกอีก ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่รูปภาพทริปอย่างเดียว ที่ไหนได้เป็น presentation ที่ทำมาแบบสวยมากๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้เลย ใครจะลองดำน้ำ ผมแนะนำที่ freedomdive เลย บริการเขาดีจริง ผมไม่ได้ค่านายหน้านะ แต่รู้สึกประทับใจเลยบอกต่อให้

 

แล้วพบกันใหม่ สิมิลัน ผมต้องกลับไปเยือนอีกครั้งแน่ๆ

edit @ 2 May 2008 02:02:34 by permbun

ตอนนี้ในบอร์ดเกม Get in to the Game Online หรือที่เรียนสั้นๆติดปากว่า GiG Online กำลังครึกครึ้นที่เดียว อาจเพราะใกล้เวลา Alpha Test 2 เลยมีคนเข้ามาโพสข้อความเยอะกว่าปกติ ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้เกมที่วาดการ์ตูนล้อเลียนหรือที่สมัยใหม่เรียกว่าโดจิน (Doujin) มาโพสให้เพื่อนๆในบอร์ดได้อ่านคลายเคลียดเหมือนกัน แต่ที่ฮาและน่าสนใจจนผมต้องมาเขียนในบล็อกก็เพราะมันเป็นการตูนล้อเลียนที่มีผมเป็นตัวเอก (มั้ง) เกิดมาก็ไม่คิดว่าจะมีคนเอาตัวเองไปทำเป็นการ์ตูน (ฮี่ฮี่.. แอบภูมิใจนิดๆ ) คราวหน้าถ้ามีคนเขียนเพิ่มเติมอีกจะเอามาทยอยลงให้อ่านเรื่อยๆครับ

 

 

 

 

Credit: คุณแกงจืด Clearsoup, คุณเหลียง ที่สละเวลามาวาดการตูนฮาๆให้พวกเราได้อ่านฮับ

ไม่ได้อัพเดตไปเกือบสองอาทิตย์ เลยมานั่งปัดฝุ่นคีย์บอร์ดเพื่อไม่ให้ blog ดูเหงาเกินไป

จริงๆตอนที่นั่งเขียนบล็อกก็คิดในใจเหมือนกันว่าควรจะเขียนเน้นไปในแนวทางไหนดี เพราะหลักๆคนทำบล็อกจะมีอยู่ 2 แบบ คือ

  1. เขียนชีวิตประจำวันทั่วๆไป ว่าง่ายๆก็เหมือนเขียน diary นั่นแหละ
  2. เขียนอะไรที่เป็นสาระ ประมาณว่าหน้าบล็อคยังกะ CNN เป็นเหมือนเว็ปที่นำเสนอความรู้ของตนออกสู่ภายนอก

หากมองจากมุมมองทั่วๆไป แบบที่ 2 ดูจะมีภาษีมากกว่า เพราะมีคนสนใจติดตามเข้ามาอ่านเพราะอยากได้ความรู้ น้อยคนที่จะมานั่งอ่านเรื่องชีวิตประจำวันของคนๆหนึ่งที่น่าเบื่อ+ไร้สาระ แต่ก็นั่นแหละถ้าเป็นแบบที่สอง มันก็ไม่ได้แตกต่างจาก wikipedia ซักเท่าไร ยังไงซะผมก็ยังคิดว่าบล็อคก็คือ diary ประจำวันที่ผู้เขียนอยากจะถ่ายทอดหรือร่วมแบ่งบันประสบการณ์ชีวิตตัวเองให้กับคนอื่นได้สัมผัสบ้าง (แม้ว่ามันจะไม่ได้สนุกหรือมีสาระในทุกๆวันก็เถอะ แต่นั่นก็เป็นชีวิตของเราเองไม่ใช่หรือ) แต่อย่างไรก็จะพยายามนำเอาอะไรที่เป็นสาระมาใส่บ้างเท่าที่โอกาสอำนวย

ในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีงานวุ่นๆเข้ามามากเหมือนกัน โดยเฉพาะภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบคุมบังเหียนอุตสาหกรรมเกมไทย ทำให้หลายๆครั้งผมย้อนมาพบว่า ในบางวันผมทำงานเพื่อสังคมมากกว่างานส่วนตัวซะอีก เรื่องพวกนี้ก็คงรับได้ถ้าผมมีเงินทองเหลือเฟือชนิดที่ว่างขนาดไม่ต้องทำงานก็มีเงินกินใช้เหลือพอ แต่วันนี้ผมเองก็ยังมีภาระบริษัทฯของตนเองล้นมือ แล้วยังต้องปันเวลาไปทำงานของสมาคมฯอีก เล่นเอาแทบรากเลือดเลย ก็ว่ากันไปตามภาระหน้าที่ละครับ ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป 

ช่วงวันอาทิตย์ที่  9 ผมไปแจก keyword ในงานการประกวดพัฒนาเกม TGDC มา สนุกดีครับ คนมาเยอะมากๆ รู้สึกปลื้มใจที่เราได้มีส่วนให้น้องๆหน้าใหม่มีโอกาสได้แสดงผลงานของตน สมัยรุ่นผมน่ะ ไม่มีหรอกไอ้การประกวดแบบนี้

ดูรายละเอียดได้ที่นี้ http://www.online-station.net/news/view.php?id=15371

ส่วนวันพฤหัสที่ 13 ไปร่วมในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม ในโครงการเวทีประเมินสถานการณ์ด้านเกมคอมพิวเตอร์ในสังคมไทย งานนี้ช่วงแรกๆนี้บรรยากาศร้อนเลย เพราะความที่แต่ละฝ่ายมีมุมมองที่เหลื่อมกันอยู่

  • ภาคเอกชน: แน่นอนว่าต้องมองในภาคธุรกิจเป็นหลักก่อน เพราะว่าบริษัทเอกชนต้องกินต้องใช้และไม่มีเงินจากภาครัฐมาสนับสนุนการพัฒนา เนื่องจากภาครัฐยังไม่มีมาตราการในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมอย่างชัดเจน
  • ภาครัฐ: แน่นอนว่าต้องมองในภาคสังคมก่อน เพราะเมื่อมีปัญหาสังคมเกิดขึ้น ภาครัฐต้องเป็นผู้ดูแล มองว่าเกมเป็นปัญหาสังคม เป็นเรื่องมอมเมาเยาวชน ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการแก้ไขปัญหา

แต่ในช่วงท้ายก็สามารถที่จะปรับเข้าหากันได้ โดยที่ภาครัฐพยายามที่จะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเกมในการที่จะผลิตเกมที่สร้างสรรค์สังคมมากขึ้นและภาคเอกชนที่พยายามที่จะพัฒนาเกมที่สร้างสรรค์สังคมและพยายามที่จะช่วยเหลือภาครัฐในการดูแลและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกมมากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่ดีครับที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้มีโอกาสหันหน้าเข้ามาคุยกันเป็นจริงเป็นจัง เพราะผมเองอยู่ในภาคเอกชนก็อึดอัดเพราะเวลาไปขอสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาเกมก็มักจะได้คำตอบว่า "เกมเป็นเรื่องเด็ก, ไม่ดีมันมอมเมา, ไม่สร้างสรรค์ ฯลฯ" อยากจะบอกว่า หากเกมมันไม่สร้างสรรค์และมอมเมาจริงๆ ประเทศที่มีการบริโภคเกมมากกว่าบ้านเรา อย่าง เกาหลี, อเมริกา, ญี่ปุ่น ประเทศเขาคงล่มจมไปก่อนหน้าเราแน่ (ทุกวันนี้ ผมเห็นมันมีแต่เจริญกว่าบ้านเราทุกวันๆ) ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เกม แต่ปัญหามันอยู่ที่ภาวะทางสังคมของครอบครัวในบ้านเรายังไม่เข้มแข็งและขาดภูมิคุ้มกันทำให้เกิดปัญหาเด็กติดเกม หากพ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่มากกว่านี้ ผมเชื่อว่าปัญหาในบ้านเราจะน้อยลง ผมเองเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับเกมตั้งแต่จำความได้ (เริ่มเล่นตั้งแต่ ป.4) ทุกวันนี้ผมก็เรียนจบมหาวิทยาลัย, มีการงานที่มั่นคงเป็นผู้บริหาร และมีหน้าตาในสังคม เพราะผมเล่นเกมแต่รู้จักวินัยในการเล่น รู้ว่าเวลาไหนควรไม่ควร ไอ้เด็กที่หนีเรียนมาเล่นเกมน่ะ พวกนี้มันขาดวินัย ถึงมันจะไม่หนีไปเล่นเกม มันก็หนีไปทำอย่างอื่นอยู่ดี คนเราลองขาดวินัยแล้วยังไงก็ลำบากครับ